รู้จักกับความรุนแรงต่อเด็ก

สถิติความรุนแรง

กราฟแสดงสถิติความรุนแรงช่วงปี 2550 ถึง 2556
หมายเหตุ : สถิติการถูกทำร้ายในเด็กและสตรีที่เข้ารับบริการที่ศูนย์พึ่งได้ ตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2556

ความรุนแรงต่อเด็กคืออะไร

ความรุนแรงต่อเด็ก คือความรุนแรงทุกรูปแบบที่สามารถสร้างผลกระทบต่อเด็กๆทั้งทางร่างกาย และ ทางจิตใจ ถ้าเราจะแบ่งให้ชัดๆ ก็แบ่งได้เป็น 4 รูปแบบ

1. ความรุนแรงทางร่างกาย ภาพประกอบ ความรุนแรงทางร่างกาย

หมายถึง การทำให้เกิดอันตราย หรือทำให้เสี่ยงที่จะเกิดอันตราย ต่อร่างกายของเด็กจากการกระทำหรือละเลย ที่จะกระทำ ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่สามารถกระทำได้ของบิดามารดา หรือผู้ดูแลที่อยู่ในฐานะรับผิดชอบเด็ก หรือผู้มีอำนาจเหนือเด็ก หรือเป็นผู้ที่เด็กไว้ใจ อาจเกิดขึ้นครั้งเดียวหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ (โดยการกระทำดังกล่าว อาจเกิดจากการใช้ความรุนแรง หรือการพยายามให้เกิดความเจ็บปวด บาดเจ็บ หรือเป็นอันตราย โดยบุคคลที่กระทำอยู่ในสถานะที่มีกำลังเหนือกว่า หรือมีอำนาจในการต่อรอง ซึ่งครอบคลุมถึงการลงโทษด้วยความรุนแรงด้วย)

ตัวอย่างของความรุนแรงทางร่างกายต่อเด็ก
  • ชกต่อยหรือเตะ
  • จับตัวเขย่าหรือโยน
  • ตีด้วยวัสดุหรือสิ่งของ เช่น ไม้เรียว หรือเข็มขัด
  • ใช้ไฟจี้หรือใช้น้ำร้อนลวก
  • จับกดน้ำ บีบรัดคอหรืออุดปากจมูกทำให้หายใจไม่ออก หรือบังคับให้กินหรือดื่มสิ่งที่เป็นพิษหรือเป็นอันตราย
ตัวอย่างข้อสังเกตว่าเด็กอาจถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางร่างกาย
  • รอยแผลไหม้จากการถูกไฟจี้หรือถูกน้ำร้อนลวก โดยปราศจากสาเหตุที่น่าเชื่อถือ
  • แผลเป็นหรือรอยช้ำทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งดู “ไม่ปกติ” หรือไม่เหมือนกับรอยแผลจากการเล่นของเด็ก
  • รอยถูกบุหรี่จี้ ถูกของร้อนจี้ หรือถูกกัด
  • กระดูกหักซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ หรืออธิบายแล้วไม่น่าเชื่อถือ หรือมีร่องรอย /ประวัติกระดูกหักบ่อยครั้ง
  • อาการที่แสดงออกทางพฤติกรรม เช่น เด็กมีอาการก้าวร้าว ชอบรังแกเพื่อน หรือแยกตัว ระแวดระวังเกินปกติ ตื่นกลัว
  • อาการเลือดออกหรือบวม ทั้งจากภายในหรือภายนอกร่างกาย และศีรษะบวม
  • หวาดกลัวบุคคลในครอบครัว หรือมีอาการซึมเศร้า หวาดกลัว เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนและต้องกลับบ้าน

2. ความรุนแรงทางอารมณ์และจิตใจ ภาพประกอบ ความรุนแรงทางอารมณ์และจิตใจ

หมายถึง การตอบสนองต่ออารมณ์ของเด็กอย่างไม่เหมาะสม เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก ซึ่งมีผลทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงและต่อเนื่องต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก อันอาจรวมถึง การตอกย้ำว่าเด็กไม่มีคุณค่า ไม่มีคนรัก ไม่เหมาะสมหรือมีคุณค่าพอที่จะเป็นที่ต้องการของผู้อื่น นอกจากนี้ยังมีการกระทำบางอย่างที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือมีโอกาสอย่างสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรือพัฒนาการของเด็กทางด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ ศีลธรรม และสังคม โดยการกระทำนั้นอยู่ในวิสัยที่สามารถควบคุมได้โดยบิดามารดา หรือบุคคลที่อยู่ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบ ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ หรือผู้มีอำนาจเหนือเด็ก

ตัวอย่างของความรุนแรงทางอารมณ์จิตใจต่อเด็ก
  • ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไม่มีใครรัก ไร้ค่า ไม่คู่ควร ต่ำต้อย หรือรู้สึกตกใจกลัว
  • การดูถูกเหยียดหยาม เยาะเย้ย เปรียบเทียบในลักษณะดูถูก การทำให้เด็กอับอาย และการโยนความผิดให้เด็ก
  • การเลือกปฏิบัติ แบ่งแยกกีดกัน การลำเอียง หรือการจ้องจับผิดเด็กบางคน
  • การตั้งความหวังซึ่งเกินความเป็นไปได้ และไม่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการของเด็ก อันเป็นเหตุให้เกิดการกระทำที่ผลักดัน หรือกดดันต่อตัวเด็ก
  • การข่มขู่จนทำให้เด็กหวาดกลัว
ตัวอย่างข้อสังเกตว่าเด็กอาจถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางอารมณ์จิตใจ
  • เด็กมีอาการแยกตัวหรือเก็บตัว หวาดกลัว ไม่ไว้ใจผู้อื่น และขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
  • เด็กได้รับการปฏิบัติต่างกับเด็กคนอื่นในครอบครัว
  • เด็กเรียกร้องความสนใจมากและพร้อมที่จะก้าวร้าวรุนแรง
  • เด็กพยายามทำตัวให้สมบูรณ์แบบจนเกินเหตุผลหรือเกินความพอดี หรือเครียดมากเมื่อทำอะไรไม่ได้ดีอย่างไม่มีที่ติ

3. ความรุนแรงทางเพศ

หมายถึง การเกี่ยวข้องกับเด็กในกิจกรรมทางเพศซึ่งเด็กไม่สามารถเข้าใจได้เต็มที่ หรือไม่สามารถให้ความยินยอม หรือเด็กอยู่ในฐานะที่ยังไม่พร้อม ทางด้านพัฒนาการที่จะให้คำยินยอมได้ หรือเป็นกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย หรือความเชื่อในสังคม การทารุณกรรมทางเพศ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ หรือระหว่างเด็กด้วยกัน ซึ่งเด็กผู้กระทำมีอายุมากกว่าหรืออยู่ในสถานะมีความรับผิดชอบ มีอำนาจเหนือเด็กหรือได้รับความไว้วางใจจากเด็ก กิจกรรมดังกล่าว ทำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของบุคคลผู้กระทำ

ตัวอย่างของความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก
  • การข่มขืน ซึ่งรวมถึงการล่วงล้ำทางอวัยวะเพศหรือทวารหนัก หรือการร่วมเพศโดยทางปาก
  • การสำเร็จความใคร่ และการกอดจูบลูบไล้ร่างกาย
  • การให้เด็กได้รับรู้ในสิ่งไม่บังควรทางเพศ และชักนำให้เด็กประพฤติตนในเชิงยั่วยวนทางกามารมณ์ ซึ่งรวมถึงการให้เด็กดูหรือมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อลามก
ตัวอย่างข้อสังเกตว่าเด็กอาจถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางเพศ
  • เด็กเป็นโรคติดต่อทางเพศ หรือตั้งครรภ์
  • เด็กพูดหรือแสดงออกถึงความรู้เรื่องพฤติกรรมทางเพศอย่างเกินวัย รวมถึงการยุยงให้เด็กคนอื่นๆ กระทำกิจกรรมทางเพศ
  • อาการหวาดกลัวต่อคนโดยทั่วไป หรือต่อบางคนเป็นพิเศษ (เช่น พ่อ พี่ชาย)

4. การละเลยทอดทิ้ง

หมายถึง ความบกพร่องในการจัดหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับพัฒนาการของเด็กในทุกๆ ด้านตั้งแต่สุขภาพ การศึกษา พัฒนาการทางอารมณ์ โภชนาการ ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ในบริบทที่ครอบครัว หรือผู้ดูแลมีความสามารถ ที่จะจัดหาได้ตามสมควร และทำให้มีโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก หรือเกิดอันตรายต่อพัฒนาการทางร่างกาย จิตวิญญาณ ศีลธรรมหรือทางสังคม ในการนี้รวมถึงความบกพร่องในการดูแลและปกป้องจาก ภยันตรายต่างๆ อย่างเหมาะสม

หมายเหตุ : “การทอดทิ้ง” อาจนับได้ว่าเป็นรูปแบบของการละเลยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกรณีที่เด็กหรือทารกนั้นถูกทิ้งในสภาพที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต ตัวอย่างเช่น กรณีที่ทารกถูกทิ้งไว้กลางแจ้ง แม้จะมีเจตนาให้ถูกค้นพบโดยบุคคลอื่นก็ตาม โดยมากแล้วการทอดทิ้ง เป็นผลจากการที่พ่อแม่ไม่มีความสามารถ ในการรับมือหรือดูแลทารกที่เกิดใหม่

ตัวอย่างของการละเลยทอดทิ้งเด็ก
  • เด็กไม่ได้รับอาหารเพียงพอ ขาดเสื้อผ้า และ/หรือไม่มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย
  • เด็กต้องดูแลตนเอง หรือต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆ ทั้งที่ตนเองยังมีอายุน้อยเกินควร
  • เด็กขาดผู้ดูแล ส่งผลให้ประสบอันตรายต่อร่างกาย
  • พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กหลบหนีไป และทิ้งให้เด็กต้องอยู่กับคนที่ไม่อาจดูแลเด็กได้
  • ขาดคนเอาใจใส่เมื่อไม่สบายหรือต้องไปหาหมอ เมื่อต้องเข้าโรงเรียน หรือเมื่อเด็กมีความต้องการทางสังคมอื่นๆ
  • มีการจงใจไม่ให้เด็กมีส่วนในการร่วมสังคมของครอบครัวหรือชุมชน
ตัวอย่างข้อสังเกตว่าเด็กอาจถูกละเลยทอดทิ้ง
  • เด็กขาดอาหาร ขาดเสื้อผ้านุ่งห่ม มีร่างกายสกปรก และเจ็บป่วยบ่อยๆ
  • เด็กขาดผู้เลี้ยงดูหลัก และไม่มีผู้คอยดูแล เด็กเหล่านี้มักจะเป็นเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียน เด็กที่ทำงานหารายได้เล็กๆ น้อยๆ (ขายของ หรือขอทาน) และเด็กที่ใช้ยาเสพติด
  • เด็กต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ของตนในการดูแลน้องๆ
  • พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูไม่สนใจต่อความต้องการทางอารมณ์จิตใจของเด็ก ไม่ให้ความรัก ความเบิกบาน หรือความสนใจใดๆ แก่เด็ก

หมายเหตุ : เด็กๆ ที่ถูกละเลยทอดทิ้งนั้นจะเป็นกลุ่มที่สังเกตเห็นได้ยาก เพราะเด็กเหล่านี้ อาจไม่ปรากฎตัวเลย (เช่น เด็กพิการที่ถูกซ่อนไว้ในบ้าน) หรือ เด็กที่ปรากฎตัวให้เห็นตลอดเวลา (เช่น เด็กข้างถนน)

ที่มา : คู่มือการปฏิบัติและข้อตกลงร่วมกัน: การคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กในภาวะเสี่ยงและเป็นเหยื่อจากการละเมิด ละเลยทอดทิ้ง แสวงหาผลประโยชน์และความรุนแรง, พ.ศ. 2553